เล่นเเล้วดี รู้ยัง?

เล่นแล้วชีวิตดี้คี
ออกมาเล่น Active Play เด็กได้เล่นสนุกและมีพัฒนาการเรียนรู้ตามแนวทาง Bloom's Taxonomy of Learning ดังนี้

พุทธพิสัย (กาย)

ขณะที่เด็กเล่น สมองจะสั่งการให้อวัยวะค่างๆ เคลื่อนไหวอย่าง สัมพันธ์กัน การกระคุ้นสมองให้สั่งการจะส่งผลดีค่อสติปัญญาและ การเรียนรู้ของเด็ก นอกจากนี้ การเล่นยังส่งผลให้เด็กสามารถจคจำได้ มากขึ้นและดีขึ้น พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้น จากการที่สมองส่วน Hippocampus ซึ่งเป็นสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำถูกกระคุ้น ให้เกิดการพัฒนาให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น (สีโทนร้อนคือสมองส่วนที่ถูก กระคุ้นการพัฒนา)

จิตพิสัย (ใจ)

การเล่นทำให้เด็กรู้จักยอมรับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และเห็น คุณค่าของการเคารพกติกาในการเล่น นอกจากนี้ เด็กจะมีพัฒนาการ ด้านความฉลาดทางอารมณ์ที่ดีกว่าเค็กที่มีพฤติกรรมเนื่อยนิ่ง เพราะ ความสนุกสนานจากการเล่นจะลดการทำงานของสมองส่วน Amygdala ซึ่งเป็นสมองส่วนเกี่ยวกับความรู้สึกด้านลบเช่นความวิตกกังวลความกลัว ซึมเศร้า เป็นต้น

ทักษาะพิสัย (สังคม)

การเล่นทำให้เด็กสามารถเลียนแบบท่าทาง พัฒนาการควบคุม การบังคับเคลื่อนไหว และเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย เด็ก จะเกิดจินตนาการ สามารถสร้างภาพการเคลื่อนไหวและรูปแบบการ เคลื่อนไหว ซึ่งเป็นการจำลองสภาวะภายในความคิด อันเป็นจุดเริ่มค้นของความคิดสร้างสรรค์ สามารถพบได้บ่อยในการแข่งขันกีฬาของ นักกีฬาเรียกว่า Image Training

ที่นั่งเฉยๆ 20  นาที
#

เล่น = สมองสดใส

สมองของเด็ก

#
ที่เดินบนลู่วิ่ง     20  นาที

เล่น = สมองสดใส

สมองของเด็ก

ที่นั่งเฉยๆ 20  นาที
#
#
ที่เดินบนลู่วิ่ง     20  นาที
ข้อดีของการ เล่น ที่คุณอาจไม่รู้
1
หน่วยงานด้านสุขภาพในอังกฤษและอเมริกาบอกตรงกันว่า การออกแรงขยับตัวอย่างเพียงพอ ทำให้ผลการเรียนดีขึ้นถึงร้อยละ 40
2
เด็กที่ออกมาเล่นมีโอกาสเกิดภาวะอ้วนลดลง ร้อยละ 10
3
ลดโอกาสการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยง เช่น บุหรี่ ยาเสพติด เพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย เป็นต้น
4
ค่าใช้จ่ายรักษาสุขภาพลดลง
5
ลดโอกาสในการเกิดโรคหัวใจ เส้นเลือดสมองตีบ มะเร็ง และเบาหวาน

อ้างอิง Sport for All, Play for Life: A Playbook to Get Every Kid in the Game.

By Sports & Society Program with support from the Robert Wood Johnson Foundation. Published by the Aspen Institute.

บทความแนะนำ